Font Size

SCREEN

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ

นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ

 

  

นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ เกิดเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๓ ที่บ้านเลขที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรี คนที่ ๒ ในจำนวน ๗ คน ของนายโหมด และนางซ้อน กำลังหาญ ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

การศึกษา

จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนประชาบาลตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๗ อาชีพของคนในแถบนั้นยังชีพด้วยการทำนาได้มากได้น้อยตามแต่ฝนฟ้าจะเอื้ออำนวย ชีวิตความเป็นอยู่แต่เดิม มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ผ้าผ่อนแพรพรรณก็ทอใช้กันเองในครัวเรือน นางช้อน กำลังหาญ ผู้ซึ่งได้รับการถ่ายทอดฝีมือการทอผ้ามาแต่บรรพบุรุษ ก็ได้สอนนางสาวทองอยู่ กำลังหาญ ให้หัดทอผ้าจก ตั้งแต่อายุ ๑๔ - ๑๕ ปี จนทำได้ชำนิชำนาญ มีฝีมือไม่แพ้นางซ้อน กำลังหาญ ผู้เป็นมารดา

ผ้าที่นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ ทอขึ้นนั้น เรียกว่าผ้าจก เป็นผ้าที่ผู้เฒ่าและสาวจะใส่ไปงานบุญหรืองานเทศกาล ผ้าจกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน แถบตำบลดอนตะโก ดอนแจง ดอนแร่ คูบัว เป็นต้น เป็นผ้าที่มีวิธีการทอด้วยการจก (ควัก) เอาเส้นด้ายมามัดเป็นลวดลายต่างๆ ให้เกิดความสวยงาม นอกจากผ้าซิ่นจกแล้ว ยังมีผ้าจกประเภทอื่นอีก เช่น ผ้าขาวม้าจก ผ้าเช็ดหน้าจก ผ้าคลุมศีรษะจก ลวดลายในผ้าจกเป็นลวดลายที่ละเอียด ประณีต แนบเนียน อ่อนช้อย มีความหมายในตัวเอง ผ้าจกมีอยู่แทบทุกหลังคาเรือนของชาวไทยล้านนา ผ้าแต่ละผืนถูกใช้และตกทอดเป็นสมบัติสืบต่อมาถึงชั่วลูกชั่วหลาน ปัจจุบันผ้าบางผืนมีอายุเกือบ ๑๔๐ ปี


ประวัติการทำงาน

นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ กับมารดาได้ทอผ้าจกกันมาอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็เป็นไปอย่างเงียบๆ ไม่ค่อยมีผู้รู้จักความงดงามของผ้าจกแพร่หลายนัก

พ.ศ. ๒๕๑๗ นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ กับมารดาได้ไปเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่วัดสันติการาม(พุพลับ) ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ทั้งสองพระองค์สนพระทัยในผ้าซิ่นจกแบบโบราณที่ นางซ้อน กำลังหาญ ใช้แต่งกาย มีรับสั่งถามว่ายังทำอยู่หรือไม่ ขอให้ทำต่อไป ทั้งสองคนได้ทูลเกล้าฯ ถวายผ้าเช็ดหน้าจกโบราณ ในครั้งนั้นด้วย

พ.ศ. ๒๕๒๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรการทอผ้าจกที่บ้านของนางซ้อน และนางสาวทองอยู่ กำลังหาญ

พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้มีพระกระแสรับสั่งให้รับนางสาวทองอยู่ กำลังหาญ และนางซ้อน กำลังหาญ ไปสอนการทอผ้าจกยังพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่พระราชวังไกลกังวลแล้ว นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ ได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสืบทอดการทอผ้าจกเผยแพร่สู่ท้องตลาดจนเป็นที่รู้จักกันมาจนถึงปัจจุบัน

ผลงานดีเด่น

ลวดลายในผ้าจกมีรูปแบบลวดลายที่เป็นแม่แบบ ได้แก่ ลายดอกเซีย ลายหัก ลายโค้งเก้ง ลายหน้าหมอน ลายกาบ ส่วนลายประกอบก็มีลายนกคู่ ลายดอกแว้ เป็นต้น ผ้าจกมีการผสมลวดลายกันเป็นลายดอกเซียผสมหัก หักผสมโก้งเก้ง หน้าหมอนผสมกาบ กาบซ้อนเซีย ในแต่ละลายกว่าจะทอสำเร็จใช้เวลานานนับเดือน นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ สามารถทอลวดลายได้ทั้งลายแม่แบบ และลายประกอบ นอกจากนั้นได้พยายามคิดประดิษฐ์ทดลองผสม ลวดลายใหม่ๆ ให้เกิดความแปลกตาหลากหลาย ทั้งลวดลายและสีสันของเนื้อผ้า ลวดลายผ้าจกที่นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ ทอออกมาได้แก่ ลายดอกเซีย ลายเซียซ้อนหัก,ลายเซียซ้อนเซีย, ลายหน้าหมอน,ลายดอกเบี้ยวซ้อนกาบ,ลายโค้งเก้ง,ลายซ้อนกาบ เป็นความคิดสร้างสรรค์ของคนที่มีการศึกษาน้อย แต่มีความสนใจ ชำนิชำนาญในศิลปะที่ตนทำเป็นอย่างดี ในปัจจุบันผ้าจกฝีมือของนางสาวทองอยู่ กำลังหาญ ได้รับความนิยมเป็นที่สนใจของลูกค้าทั้งภายในและต่างประเทศ จนทอแทบไม่ทัน เนื่องจากเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ศิลปะ ใช้เวลาและความอุตสาหะวิริยะเป็นอย่างสูงกว่าผลงานแต่ละชิ้นจะสำเร็จลงได้ จึงนับว่าเป็นผลงานที่มีคุณค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง

เกียรติบัตรที่ได้รับ

๑. รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการประกวดผ้าซิ่นตีนจก งานศิลปะเมืองราชบุรี ที่บ้านคูบัว ๑๒ เมษายน ๒๕๒๙

๒. เกียรติบัตรจากศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด ราชบุรี ในฐานะผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น สาขาการช่างฝีมือ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๔

๓. โล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม จากประชาชนคณะอนุกรรมการวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เมษายน ๒๕๓๔

๔. เคยได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นบุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมของภาคกลาง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ตลอดมาทุกปีจนได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่น ทางด้านวัฒนธรรม สาขาศิลปะ การช่างศิลปะ และการช่างฝีมือ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๔

คุณอยู่ที่: Home บุคคลสำคัญ นางสาวทองอยู่ กำลังหาญ