Font Size

SCREEN

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

เขางูแหล่งโบราณคดีของราชบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๓ (พ.ศ.๑๒๐๐-พ.ศ.๑๔๐๐)

 

เขางูแหล่งโบราณคดีของราชบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๓ (พ.ศ.๑๒๐๐-พ.ศ.๑๔๐๐)

เขางูเป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ในบวิเวณท้องที่ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตกบนถนนสายราชบุรี-จอมบึง มีทางแยกขวามือไปสู่เขางู รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ ๘ กิโลเมตร

 เขางูเป็นแหล่งโบราณคดีที่เก่าแก่นับเนื่องได้ตั้งแต่สมัยทวารวดี ได้มีการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณในเขตลุ่มน้ำแม่กลองตอนล่าง นับย้อนไปถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๒ สันนิษฐานว่าถ้ำภายในเทือกเขางูเหล่านี้ เคยเป็นที่ที่พระภิกษุสงฆ์มาจำพรรษาและหาความวิเวก เพราะเป็นที่ห่างไกลจากเมือง พระพุทธศาสนาและเป็นที่ศักสิทธิ์ในการประกอบพิธีทางศาสนาที่สำคัญของผู้คนในชุมชนเมืองสมัยทวารวดี ซึ่งคงกระจายกันอยู่ตามที่สูงและบริเวณใกล้กับลำน้ำต่างๆที่เชื่อมต่อกับลำน้ำแม่กลองในบริเวณนี้ ถ้ำที่อยู่ภายในเทือกเขางูมี  ถ้ำฤๅษีเขางู ถ้ำฝาโถ ถ้ำจีน และ ถ้ำจาม แต่ละถ้ำอยู่ไม่ไกลกัน

ร่องรอยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการบูรณะภาพนูนต่ำและลวดลายปูนปั้น ยังชี้ชัดว่าชุมชนโบราณนี้เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของกรุงศรีอยุทธยา โดยเห็นจากลักษณะของพระพุทธรูปที่เปลี่ยนไปเป็นแบบ อยุธยา

การที่เรื่องราวและวีถีชีวิตของชุมชนโบราณที่มีอายุเกือบ ๑,๐๐๐ ปี สามารถถูกถ่ายทอดให้คนปัจจุบันได้รับรู้ ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่ง หลักฐานทางโบราณคดีที่พบบนผนังถ้ำเขางูจึงนับได้ว่ามีคุณประโยชน์และคุณค่ามหาศาลต่อการสืบหาร่องรอยวัฒนธรรมของแผ่นดิน

ถ้ำฤาษีเขางู

ถ้ำฤษีเขางูนับเป็นปูชนียสถานซึ่งมีโบราณวัตถุที่เก่าแก่ที่สุดสิ่งหนึ่งของราชบุรี สิ่งนี้คือพระพุทธรูปสลักนูนต่ำบนผนังถ้ำ มีลักษณะพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท สูง ๒.๕๐ เมตร พระหัตถ์ขวาแสดงปาง วิตรรกะหรือปางแสดงธรรม-เทศนา พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา มีพุทธลักษณะเดียวกันกับพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทที่ถ้ำอชันตา ในประเทศอินเดีย สมัยหลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๓) ลักษณะพระพักตร์แบน พระขนงสลักเป็นเส้นนูนโค้งต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเนตรโปน พระนาสิกแบน พระโอษฐ์หนา และขมวดพระเกศาใหญ่ มีรัศมีเป็นรูปดอกบัวตูม ระหว่างข้อพระบาทมีคำจารึกที่เป็นลายเซ็นของผู้สลักพระพุทธรูป อ่านว่า บุญ วระฤษิ-ศรีสมาธิ คุปตะ เป็นภาษาสันสกฤต ๑๒ ตัว ๑ บรรทัดเป็นรูปแบบอักษรที่นิยมใช้แถบอินเดียตอนใต้ ประมาณ พ.ศ.๑๐๐๐ ถึง ๑๑๐๐ (บันทึกเมืองราชบุรี, ม.ป.ป. :๑๓๒) บางที่มาอธิบายถึงจารึกระหว่างข้อพระบาทนี้ว่าเป็นอักษร ปัลลวะ อ่านว่า ปุญกรมชระ ศรีสมาธิคุปต(ะ)แปลว่า พระศรีสมาธิคุปตะ เป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยการทำบุญ (ธิดา สาระยา.๒๕๓๘:๗๕) 

บริเวณผนังภายในถ้ำฤาษีทางด้านตะวันตก พบภาพจำหลักบนผนังถ้ำ เป็นรูปพระพุทธรูปประทับยืนแสดงปางประทานอภัย สมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๑ -๑๓ เช่นเดียวกัน บริเวณโดยรอบพระเศียรพระพุทธรูปมีร่องรอยสีแดงติดอยู่ สันนิษฐานว่าแต่เดิมคงจะมีการทาสีที่องค์พระพุทธรูปด้วยภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปหินทรายศิลปะสมัยอยุธยาอีกหลายองค์


 

 

ถ้ำฝาโถ

ถ้ำฝาโถห่างจากถ้ำฤาษีเขางูไปทางตะวันตกราว ๒๕๐ เมตร ตัวถ้ำอยู่สูงจากพื้นดินราว ๗๕ เมตร  ปากถ้ำหันไปทางทิศใต้ ซึ่งเคยมีกำแพงกั้น แต่กำแพงนี้ได้ถูกสร้างไว้เมื่อไรไม่เป็นที่ปรากฏ แต่ได้เคยมีการซ่อมแซมในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือรัตนโกสินทร์ตอนต้น  

บริเวณปากถ้ำมีลายปูนปั้นสมัยทวารวดีเป็นรูปต้นไม้ มีผ้าห้อยทิ้งชายลงมา กิ่งก้านของต้นไม้นี้มีลายรูปวงแหวนสวมอยู่ รูปต้นไม้นี้ทำล้ำออกมาหน้าถ้ำด้วยลายปูนปั้น ถัดเข้าไปบริเวณภายในถ้ำบนผนังด้านเดียวกันมีภาพจำหลักพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ยาว ๙ เมตร หันพระเศียรไปทางปากถ้ำมีประภามณฑลที่หลังพระเศียร เหนือองค์พระพุทธรูปขึ้นไปมีภาพปูนปั้นเป็นภาพเทพชุมนุม องค์แรกถือดอกบัว องค์ที่สองเป็นรูปเทพพนม องค์ที่สามถือพวกมาลัย องค์ที่ ๔ , , ๖ และ ๗ เหลือแต่เศียร รูปเทพชุมนุมและต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบภาพพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งแสดงถึงพระพุทธประวัติตอนปรินิพพาน บนผนังถ้ำด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับพระไสยาสน์มีภาพสลักคร่าวๆ เป็นภาพพระสาวกอยู่ ๓ องค์


 

ถ้ำจีน 

          ลักษณะปากถ้ำกว้าง ๑๕ เมตร สูงประมาณ ๒๐ เมตร  บนผนังถ้ำด้านทิศตะวันออกมีพระพุทธรูปปูนปั้นประดับอยู่บนผนัง ๒ องค์ เป็นลักษณะพระปูนปั้นสมัยอยุธยา อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ โดยองค์ด้านในเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางแสดงธรรมเทศนา องค์ด้านนอกเหลือเพียงครึ่งองค์ลักษณะคล้ายกับองค์แรก จากการพิจารณา เดิมพระพุทธรูปทั้งสององค์นี้ได้สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ ซึ่งยังปรากฏร่องรอยให้เห็นเด่นชัด คือรอบองค์พระพุทธรูปทั้งสอง แกะจำหลักโกลนเว้าลึกลงไปในผนังถ้ำ มีลักษณะวิธีการจำหลักเหมือนกับพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทในถ้ำฤาษีเขางู และต่อมาในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ถูกซ่อมบูรณะขึ้นอีกครั้ง โดยปั้นปูนขึ้นพอกทับโกลนหินทำเป็นพระพุทธรูปเต็มองค์ตามลักษณะของพระพุทธรูปในสมัยอยุธยา ทาสีแดงชาดที่จีวร สบงและสังฆาฏิ  ต่อมาภายหลังจึงมีการลงรักดำแล้วปิดทองทับ


ถ้ำจาม

          ถ้ำจามเป็นถ้ำที่อยู่เหนือกว่าถ้ำจีน ถ้ำมีความสูงประมาณ ๒๐ เมตร และมีความลึกเข้าไปภายในมาก มีลักษณะเป็นรูประเบียงยาวซึ่งค่อยๆเตี้ยลงและดูเหมือนจะยาวไปไกลพอใช้ เข้าใจว่าจะมีถ้ำที่อยู่ต่ำกว่าชั้นนี้ลงไปอีก บริเวณทางเข้าและในถ้ำมีร่องรอยของเศษอิฐ ซึ่งซากอิฐเหล่านี้มีแผ่นอิฐสมัยทวารวดีอยู่เป็นจำนวนมาก ใช้ปะปนกับอิฐและกระเบื้องของในสมัยอยุธยา บนผนังด้านซ้ายของทางเข้ามีพังพานนาคปูนปั้นขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ แต่เศียรนาคหายไปหมดแล้ว ซึ่งพังพานนาคนี้มีลักษณะคล้ายศิลปะทวารวดี ใกล้กันนั้นด้านตะวันออกเป็นปูนปั้นรูปบุคคลขี่คอซ้อนกันขึ้นไป แต่ได้ชำรุดเป็นส่วนมาก อาจเป็นตอนหนึ่งในชาดก ถัดไปด้านผนังถ้ำซีกตะวันออก ตอนล่างเป็นพระพุทธรูปไสยาสน์สลักนูนขึ้นมาเล็กน้อย เหนือขึ้นไปเป็นลวดลายปูนปั้นรูปต้นไม้ทอดกิ่งยาว บนผนังถ้ำด้านเหนือมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยประทับใต้ร่มต้นมะม่วงมีผล และมีพระพุทธรูปปางเสด็จลงจากดาวดึงส์อยู่เบื้องบน แสดงถึงปางยมกปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเรื่องพุทธประวัติ ในอรรถกถาภาษาบาลี ลัทธิหินยาน เป็นลักษณะศิลปะสมัยทวารวดีอย่างแท้จริง อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓

 

             ** อัลบั้มภาพเพิ่มเติม **






คุณอยู่ที่: Home อารยธรรม เขางูแหล่งโบราณคดีของราชบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๓ (พ.ศ.๑๒๐๐-พ.ศ.๑๔๐๐)