Font Size

SCREEN

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

ตามรอยจารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ในราชบุรี


ตามรอยจารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ในราชบุรี

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          พระปรมาภิไธย หมายถึง พระนามของพระมหากษัตริย์ที่ปรากฏจารึกในพระสุพรรณบัฏ หลังจากที่ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว โดยเริ่มมีครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๔) ทรงโปรดให้เฉลิมพระปรมาภิไธยของพระองค์เอง และเฉลิมพระปรมาภิไธยถวายแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในอดีต 

          อักษรพระปรมาภิไธยย่อ คืออักษรที่ย่อจากพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ให้เหลือเพียง ๓ อักษร มักใช้ในพระราชลัญจกรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธี

          สำหรับอักษรพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น มาจากคำว่า มหาจุฬาลงกรณ์ ปรมราชาธิราชจึงมีอักษรพระปรมาภิไธยว่า จ.ป.ร.

          ในสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ ได้จารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ไว้ ณ สถานที่ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินถึง อันเป็นเครื่องหมายการเสด็จเยือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งได้เดินทางไปในที่นั้นๆ จารึกพระปรมาภิไธยย่อนี้นับเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์


สำหรับในจังหวัดราชบุรีพบจารึกอักษร จ.ป.ร. ทั้งหมด ๕ แห่ง

๑. ถ้ำจอมพล ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี   พบจารึกอักษร จ.ป.ร. ๑๑๔

๒. ถ้ำจระเข้ ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี  (ปัจจุบันลบเลือนหายไปแล้ว)

๓. ถ้ำระฆัง(ถ้ำค้างคาว)ในเขตพื้นที่ค่ายบุรฉัตร ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี พบจารึกอักษร จ.ป.ร. ๑๑๘

๔. เขาวังสดึงษ์  ต.เขาแร้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี พบจารึกอักษร จ.ป.ร. ๑๑๘

๕. ถ้ำสาริกา ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พบจารึกอักษร จ.ป.ร. ๑๑๘




ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพล

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินประพาสมณฑลราชบุรี และเสด็จไปประทับแรมที่จอมบึง แล้วได้เสด็จประพาสถ้ำจอมพล(เดิมชื่อถ้ำมุจลินท์) ต.จอมบึง อ.จอมบึง ในวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ ๒๔๓๘  เวลาเช้า เสด็จพระราชดำเนินที่พักพระสงฆ์ มีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส เป็นต้น ซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนินไปด้วย แล้วทรงม้าพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินแต่ที่พักพระสงฆ์ไปตามทางหลวง ถึงเชิงเขากลางเมือง หยุดประทับเสวยเช้าที่เชิงเขา ทางแต่ค่ายหลวงถึงเชิงเขา ๘๔ เส้น เสวยแล้วทรงพระราชดำเนินขึ้นประพาสบนเขา แลทรงพระราชดำเนินลงประพาสในถ้ำเขากลางเมืองนั้น แล้วประทับบนแคร่ไม้เหนือปากถ้ำ ท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารในการเสด็จประพาสถ้ำ โดยทรงพระราชดำริที่จะให้มีสิ่งสำคัญ เป็นเครื่องหมายที่ระลึกถึงการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ไว้สืบไปสิ้นกาลนาน จึงให้ทรงพระอักษรไว้ที่ปากถ้ำ คือ จปร เป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ แลเลข ๑๑๔ หมายปีที่เสด็จประพาส นับเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ที่ ๒๑ แลทรงพระอักษรพระราชทานนามถ้ำว่า ถ้ำจอมพลโปรดเกล้าฯ ให้ช่างสลักศิลาตามตัวอักษร แล้วทรงฉายพระรูปที่ปากถ้ำนั้น แล้วเสด็จประพาสตามระยะทางพระราชดำเนินกลับค่ายหลวงตำบลจอมบึง

          นอกจากนี้บริเวณหน้าปากถ้ำจอมพล ยังพบจารึกพระปรมาภิไธยย่อ พระบรมนามาภิไธย ของพระมหากษัตริย์อีก ๒ พระองค์ ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินภายหลัง อาทิ จารึกพระปรมาภิไธยย่อในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ จารึกพระบรมนามาภิไธยในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐

 

 

ถ้ำจอมพล

 

ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพล

 ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพล

 

ถ้ำจระเข้

ถ้ำจระเข้

          คราวปีเดียวกันที่เสด็จประพาสถ้ำจอมพล เมื่อเสด็จกลับจากจอมบึง วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ ๒๔๓๘ เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินจากที่ประทับร้อนไปตามท้องทุ่ง แล้วอ้อมไปตามเชิงเขางู ประทับที่ถ้ำจระเข้ ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง ที่อยู่ในหมู่เขางูนั้น ทรงเขียนพระนามย่อ จ.ป.ร. ไว้ที่ปากถ้ำจระเข้ นับเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ที่ ๒๒ โปรดเกล้าให้สลักต่อไปภายหลัง แล้วเสด็จกลับประทับแรมที่พลับพลาหลุมดิน

          ปัจจุบันรอยจารึกอักษร จ.ป.ร. ที่ถ้ำจระเข้นี้ลบเลือนหายไปแล้ว ไม่มีป้ายหรือจุดที่บ่งบอกว่าอยู่ตำแหน่งใดของบริเวณถ้ำ


ถ้ำจระเข้

ถ้ำจระเข้

ถ้ำจระเข้

ถ้ำจระเข้

ถ้ำจระเข้

ถ้ำจระเข้

ถ้ำจระเข้

 

ถ้ำระฆัง

ถ้ำระฆัง

          ถ้ำระฆังเป็นถ้ำหินปูน ตั้งอยู่บนเชิงเขาพญาปราบ เทือกเขางู เขตพื้นที่กรมการทหารช่างค่ายบุรฉัตร บริเวณเชิงเขาเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสยัมภู และที่ตั้งศาลเจ้าพ่อเขาพญาปราบ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ ในสมัยที่พลตรีสมศักดิ์ ชุติมันต์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารช่าง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายระฆัง จึงได้ชื่อว่าถ้ำระฆัง ปัจจุบันมีค้างคาวเข้าไปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีชื่อที่เรียกกันอย่างแพร่หลายว่า ถ้าค้างคาว และช่วงค่ำจะสามารถสัมผัสกับฝูงค้างคาวที่บินเป็นแถวนับล้านตัว ไม่แพ้เขาช่องพราน บริเวณผนังถ้ำจะมีพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. สลักติดอยู่พร้อมกับตัวเลข ๑๑๘ สันนิษฐานว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสถ้ำนี้ เมื่อ รศ.๑๑๘ (พ.ศ.๒๔๔๒) ดังความตอนหนึ่งที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระสมมตอมรพันธ์ มีรับสั่งให้พระประสิทธิวรรรลักษณ์เรียบเรียงไว้สำหรับสำนักกรมราชเลขานุการว่า วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๑๑๘ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งจากพลับพลาประทับแรมไปตามทุ่งเขางู ประพาสถ้ำระฆังทางที่เสด็จพระราชดำเนินขึ้นถ้าระฆังนั้นผ่านปากถ้าจระเข้ ซึ่งเสด็จประพาสในศก ๑๑๔ และทรงจารึกอักษรพระนามไว้ยังไม่ได้ลงเลขปีนั้นโปรดเกล้าฯ ให้จารึกเลข ๑๑๔ เดิมที่ได้อักษรพระนามย่อ จ.ป.ร. เป็น  จ.ป.ร. ๑๑๔ แล้วเสด็จประพาสถ้ำระฆัง โปรดเกล้าฯให้จารึกอักษรพระนามย่อ จ.ป.ร. ไว้ที่หน้าผาของถ้ำ แลเลข ๑๑๔ หมายปีที่ได้เสด็จมาประพาสคราวก่อน แลเลข ๑๑๘ หมายปีคราวนี้ด้วยนับเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ที่ ๓๓ แต่การสลักศักราชนั้น ช่างคงตามไปสลักภายหลังเหตุการณ์มาก จึงขาดเลข ๑๑๔ ไป เหลือเพียงอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ๑๑๘

ถ้ำระฆัง

ถ้ำระฆัง

ถ้ำระฆัง

ถ้ำระฆัง

ถ้ำระฆัง

ถ้ำระฆัง

 

เขาวังสดึงษ์

เขาวังสดึงษ์

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสเขาวังสดึงษ์ ต.เขาแร้ง อ.เมือง ในวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ ๒๔๔๒ โดยเสด็จทางชลมารค ขบวนเรือพระที่นั่งเสด็จประพาสออกจากท่าพลับพลาค่ายหลวงหลุมดิน เข้าคลองข้างวัดหลุมดิน ผ่านเข้าทุ่งอรัญญิก ต่อด้วยเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารค ทางบก ขึ้นประพาสบนบนเขาวังสดึงษ์ โดยประทับบนแคร่หาม ขึ้นไปจนถึงหน้าผาที่ทางการเตรียม ราวบันไดและแคร่ไม้เป็นที่ประทับ โปรดฯ ให้ช่างสลักพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ๑๑๘ ไว้ที่หน้าผาเขาวังสดึงษ์ นับเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ที่ ๓๔

เขาวังสดึงษ์

เขาวังสดึงษ์

เขาวังสดึงษ์

เขาวังสดึงษ์

เขาวังสดึงษ์

เขาวังสดึงษ์

 

ถ้ำสาริกา

ถ้ำสาริกา

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสถ้ำสาริกา(เดิมชื่อถ้ำหนองตีเหล็ก) ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ โดยทรงเสด็จพระราชดำเนินมาทางเรือ ในช่วงเวลาที่เสด็จประพาสนั้น เป็นฤดูน้ำหลากทุ่งเขางู ขบวนเรือพระที่นั่งออกจากพลับพลาค่ายหลวงหลุมดิน เสด็จประพาสถ้ำหนองตีเหล็ก ทอดพระเนตรภายในถ้ำจนทั่วแล้วจึงเสด็จขึ้นมาประทับที่แคร่ไม้ปากถ้ำ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามถ้ำใหม่ว่า ถ้ำสาริกา แล้วโปรดฯ ให้ช่างสลักพระปรมาภิไธยย่อ  จ.ป.ร.๑๑๘ ไว้เหนือปากถ้ำ นับเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ที่ ๓๕ แล้วเสด็จประพาสที่อื่นๆ ต่อไปจนเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ

          นอกจากนี้ยังยังมีคำจารึกและการลงพระนามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยา ภาณุพันธ์วงศ์วรเดช (เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์) บริเวณก้อนหินซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางขึ้นไปยังถ้ำ โดยกล่าวถึงการเสด็จมาประพาสถ้ำสาริกาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พร้อมทั้งปีที่เสด็จมา จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่มีความหมายและความสำคัญของชาวตำบลธรรมเสน และตำบลใกล้เคียงมายาวนาน

 

ถ้ำสาริกา 

ถ้ำสาริกา

ถ้ำสาริกา

ถ้ำสาริกา

ถ้ำสาริกา

ถ้ำสาริกา

ถ้ำสาริกา

ถ้ำสาริกา

 

 ทุ่งเขางู

ทุ่งเขางู

ทุ่งเขางู

 

คุณอยู่ที่: Home สถานที่สำคัญ ตามรอยจารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ในราชบุรี